10 วิธีจัดการกลิ่นสัตว์เลี้ยง

แม้ว่าเราจะรักสัตว์เลี้ยงของเรา แต่เราไม่จำเป็นที่จะรักกลิ่นเหม็นนั้นด้วย เพราะหากเป็นบ้านที่มีกลิ่นเหมือนสัตว์เลี้ยงนั้นสามารถทำให้เกิดปัญหาได้หลายอย่างเลยล่ะ คุณอาจจะอายคนที่มาบ้าน หรือใช้เวลาอยู่ในบ้านน้อยลง แต่ไม่ต้องกังวลไป  คุณสามารถจัดการกลิ่นสัตว์เลี้ยงได้ด้วยการทำนู่นนี่นิดหน่อยและเปลี่ยนแปลงอะไรอีกเล็กน้อย

วันนี้เราจึงมี 10 วิธีจัดการกลิ่นสัตว์เลี้ยง มาฝากทุกคนกัน เราไม่จำเป็นต้องปล่อยให้กลิ่นเหม็นเหล่านั้นอยู่ในบ้านของเราอีกต่อไป เราสามารถกำจัดมันได้ และหากกำจัดไปได้ ก็ดีสำหรับตัวเราและผู้อาศัยทุกคนด้วย

ทำความสะอาดแหล่งที่ส่งกลิ่น
1. ดูดฝุ่น สัตว์เลี้ยงอาจปล่อยบางอย่างที่ส่งกลิ่นเหม็นไว้ตอนที่มันวิ่งวุ่นไปทั่วบ้านคุณ ซึ่งนั่นอาจเป็นขน สะเก็ดผิวหนัง โคลน และรอยฉี่หรืออึของมัน ในการกำจัดแหล่งกลิ่นเหล่านี้ ก็ให้ดูดฝุ่นทั้งบ้านเสียเลย ใช้หัวดูดฝุ่นเฉพาะแบบเมื่อจำเป็น และอย่าลืมดูดฝุ่นบริเวณ
พื้น ขอบผนัง พรมต่างๆ เฟอร์นิเจอร์ พื้นใต้เฟอร์นิเจอร์ หมอน บริเวณที่สัตว์เลี้ยงชอบอยู่ตรงนั้น

2. ทำความสะอาดพรมของสัตว์เลี้ยงด้วยน้ำยาทำความสะอาดชนิดเอนไซม์ การทำความสะอาดแบบไม่ถูกต้องเหมาะสมมักจะเป็นตัวร้ายที่ทำให้เกิดกลิ่นสัตว์เลี้ยงขึ้น ถ้ามีบริเวณที่เคยวางพรมของสัตว์เลี้ยงเอาไว้ไม่นาน ให้ฉีดสเปรย์ทำความสะอาดชนิดเอนไซม์ใส่ ปล่อยให้ชุ่มแบบนั้นไว้ 30 นาที จากนั้นก็ซับให้แห้งด้วยผ้าสะอาด จะเห็นได้ว่ากลิ่นสัตว์เลี้ยงที่น่ารำคาญก็จะหายไป

น้ำยาทำความสะอาดชนิดเอนไซม์เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด เพราะมันจะไปแตกตัวโปรตีนในฉี่ อึ อาเจียน และคราบอื่นๆ ในทางชีวภาพ

3. ทำความสะอาดพรม การทำความสะอาดคราบสกปรกเป็นจุดๆ จะช่วยกำจัดกลิ่นจากบริเวณที่เฉพาะเจาะจงได้ แต่ในพรมของคุณอาจมีกลิ่นที่แตกต่างกันในจุดต่างๆ เต็มไปหมด ฉะนั้นให้ซักพรมไปเลยเพื่อกำจัดกลิ่นเหม็นที่มีทั่วบ้านนั้นเอง มันอาจใช้เวลาสักหน่อย แต่ให้อดทนเอาไว้นะ เพราะบ้านที่ไร้กลิ่นนี่แหละคุ้มค่าที่สุดแล้ว คุณจะใช้สารทำความสะอาดแบบแห้งหรือแบบน้ำในการทำความสะอาดพรมก็ย่อมได้

  • สำหรับแบบแห้ง ให้โรยผงทำความสะอาดให้ทั่วผืนพรม ทิ้งเอาไว้อย่างน้อย 30 นาทีให้สารทำงาน จากนั้นดูดตัวสาร ฝุ่น และกลิ่นออกจากพรมได้เลย

ลองใช้น้ำยาซักพรม โดยเทน้ำยาลงส่วนที่เครื่องซักจะปล่อยน้ำออกมาพร้อมกับน้ำ และเทน้ำยาทำความสะอาดลงในช่องผงซักฟอก กดปุ่มและดูดพรมทั้งผืน ปล่อยให้พรมแห้งอย่างน้อย 24 ชั่วโมง จากนั้นก็ดูดพรมอีก

4. ทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ กลิ่นของสัตว์เลี้ยงมักจะซ่อนอยู่ตามเฟอร์นิเจอร์ เก้าอี้ตัวโปรดของแมวคุณก็อาจเป็นสิ่งหลักๆ ที่ปล่อยกลิ่นน่ารำคาญเลยก็เป็นได้ ประเภทของเฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ก็จะมีวิธีทำความสะอาดที่ดีที่สุดของมัน แต่คุณควรตรวจสอบป้ายเตือนก่อนจะทำความสะอาด เพื่อให้มั่นใจว่าเฟอร์นิเจอร์ชิ้นนั้นไม่ได้ควรทำความสะอาดแบบแห้งอย่างเดียว โดยป้ายเตือนที่มีตัวอักษร S หมายความว่า ห้ามทำความสะอาดด้วยน้ำ และ X หมายถึงให้ทำความสะอาดแบบแห้งเท่านั้น

  • ใช้แปรงทำความสะอาดเฟอร์นิเจอร์ที่หุ้มเบาะ อย่างเช่นโซฟา โดยเติมน้ำอุ่นกับน้ำยาล้างจานหลายๆ หยดลงไป กวนน้ำเพื่อให้เกิดฟอง นำแปรงขนนุ่มจุ่มลงไปในฟองแล้วขัดผิวเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมด จากนั้นใช้ผ้าหมาดๆ เช็ด และผึ่งลมให้แห้ง

หนังสัตว์และผ้าคล้ายหนังสัตว์จะค่อนข้างบอบบางกว่าหน่อย แต่ก็สามารถทำความสะอาดได้อยู่ โดยให้ผสมน้ำส้มสายชูกับน้ำเปล่าในอัตราส่วนเท่ากัน แล้วจุ่มผ้าลงไป บิดให้น้ำออกมามากที่สุด เพื่อที่ผ้าจะได้หมาดๆ จากนั้นก็เช็ดผิวเฟอร์นิเจอร์เพื่อกำจัดกลิ่นที่น่ารำคาญนั่น

5. อาบน้ำให้สัตว์เลี้ยง พวกสัตว์เลี้ยงมีนิสัยชอบเล่น ซึ่งบ่อยครั้งที่จะเป็นการไปเล่นสกปรก การอาบน้ำสม่ำเสมอนั้นเหมาะกับสุนัขและเฟอร์เร็ต และสัตว์เลี้ยงอื่นๆ บางตัวก็ควรอาบนานๆ ที ให้พาสัตว์เลี้ยง (และของเล่นที่มันชอบตอนอาบน้ำ ถ้ามี) ลงอ่างน้ำ กะละมัง หรือถัง ใช้ถังหรือสายยางทำให้ขนสัตว์เลี้ยงเปียกก่อน จากนั้นลงแชมพูสำหรับสัตว์บนขนและหนังด้วยมือจนกว่าจะออกมาสะอาดและเต็มไปด้วยฟอง แล้วล้างแชมพูออกให้สะอาดหมดจด ทีนี้ก็จะออกมากลิ่นหอมแถมยังดูดีด้วยนะ

  • ขณะที่อาบน้ำมัน ให้ใส่ใจกับอุ้งเท้า ส่วนด้านหลัง และบริเวณใดๆ ที่สัตว์เลี้ยงอาจเอาไปถูกับอะไรบางอย่าง

อ่อนโยนกับสัตว์เลี้ยงของคุณด้วยนะ อย่าไปล้างหน้า ตา หรือหูมันด้วยน้ำผสมแชมพูล่ะ แชมพูเข้าตาเมื่อไรมีเจ็บแน่ๆ และถ้าน้ำเข้าหูก็จะทำให้เกิดติดเชื้อราได้

6. ทำความสะอาดที่นอนสัตว์เลี้ยง จุดที่แสนสบายนี้ก็คือจุดที่มีกลิ่นสัตว์เลี้ยงติดแน่นเลยล่ะ โชคดีที่ที่นอนส่วนใหญ่สามารถนำลงซักเครื่องได้ปกติโดยใช้น้ำอุ่นหรือน้ำร้อน จากนั้นก็ทำให้แห้งในเครื่องอบแห้งได้

  • เตียงที่มีขนาดใหญ่กว่านั้นมักจะมีปลอกคลุมที่ถอดออกได้ โดยให้เอาปลอกไปซักในเครื่องซักผ้า สำหรับกลิ่นที่ติดกับไส้ในนั้น ให้ใช้เบกกิ้งโซดาโรยบนไส้ที่นอน แล้วดูดเบกกิ้งโซดาออกมา จากนั้นก็ใส่ปลอกที่สะอาดแล้วกลับไป ก็จะได้ที่นอนสะอาดๆ ไร้กลิ่นแล้วล่ะ

7. ทำความสะอาดเตียงของคุณ การที่พาสัตว์เลี้ยงขึ้นมาเล่นบนเตียงช่างเป็นอะไรที่แสนสุข อย่างไรก็ตาม การทำความสะอาดเตียงบ่อยๆ ให้ดีก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะมันอาจเป็นตัวเก็บกลิ่นของสัตว์เลี้ยงได้เช่นกัน ให้นำปลอกหมอน ผ้ารองเตียง ผ้าปูเตียง ปลอกผ้านวม และผ้าห่มออกมาจากเตียง ซักพวกผ้าและผ้าห่มในเครื่องซักผ้า โดยเติมน้ำส้มสายชู ¼ ถ้วย (59 มล.) ลงในเครื่องเพื่อประสิทธิภาพในการกำจัดกลิ่นที่ดีขึ้น แล้วนำเครื่องนอนไปผึ่งให้แห้งหรืออบแห้ง

ขณะที่ซักพวกเครื่องนอนอยู่ ให้เอาเบกกิ้งโซดาโรยเตียงให้ทั่ว และก่อนที่จะใส่พวกผ้ากลับไป ให้ดูดเบกกิ้งโซดาขึ้นมา

8. ทำความสะอาดของเล่นและของๆ สัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงของคุณถือว่าโชคดีที่มีของเล่นและของใช้เยอะแยะเป็นของมัน อย่างไรก็ตาม ถ้าไม่ทำความสะอาดและยังโยนทิ้งไว้ทั่วบ้าน ก็จะทำให้เกิดกลิ่นไม่พึงประสงค์ขึ้นมาล่ะ ให้ซักของเล่นที่เป็นผ้า เชือก ผ้าขนหนู ปลอกคอ และเชือกจูงด้วยเครื่องซักผ้า อบแห้งในเครื่องอบ ส่วนของเล่นที่เป็นของแข็ง ชามข้าว และของเล่นที่เป็นยาง ก็ให้จุ่มลงในน้ำสบู่ร้อน

9. เปลี่ยนกระบะทราย เป็นที่เข้าใจกันว่ากระบะทรายทำให้เกิดกลิ่นเหม็นพอควรเลยล่ะ ในการทำความสะอาดมัน ให้เทวัสดุข้างในใส่ลงถุงขยะพลาสติกก่อน จากนั้นก็ขัดกระบะด้วยน้ำสบู่ ในการกำจัดคราบและกลิ่นเหม็นที่ยังฝังแน่น ให้เทน้ำส้มสายชูลงกระบะและปล่อยแช่เอาไว้ประมาณ 30 นาที จากนั้นขัดด้วยแปรง ล้างน้ำ และผึ่งลมให้แห้ง

  • เมื่อกระบะแห้งสนิทแล้ว ให้ใส่ทรายลงไปใหม่ โรยเบกกิ้งโซดาตามลงไปเพื่อป้องกันเรื่องกลิ่น

10. ทำความสะอาดกรง ถ้าคุณเลี้ยงหนู หนูถีบจักร เจอร์บิล เฟอร์เรต กระต่าย และสัตว์อื่นๆ ที่อยู่ในกรงและต้องมีวัสดุรองกรง กรงนั้นอาจทำให้บ้านคุณเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นได้เลย ให้ค่อยๆ นำสัตว์เลี้ยงออกไปไว้ในที่ที่ปลอดภัย อย่างกรงอีกกรงหนึ่ง จากนั้นก็ทำความสะอาดซะ

  • นำของในกรงออกมาให้หมด และเอาวัสดุรองกรงออกไปทิ้ง
  • ทำความสะอาดของเล่นและชามใส่อาหาร
  • ทำความสะอาดพื้นกรงด้วยน้ำและน้ำสบู่
  • ผึ่งลมให้กรงแห้ง
  • ใส่วัสดุรองกรงสะอาดๆ ไว้ในกรง
  • เปลี่ยนของเล่นและชามใส่อาหาร
  • พาสัตว์กลับเข้ากรง