รีวิว Mitsubishi Triton 2019 New Minor Change ดีไซน์หรู ขับสนุกเหมือนเดิม

Mitsubishi-Triton-2019-New-Minor-Change

รีวิว Mitsubishi Triton 2019 New Minor Change ดีไซน์หรู ขับสนุกเหมือนเดิม

Mitsubishi Triton 2019 New Minor Change เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในโลกในประเทศไทยเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 ก่อนเปิดตัวที่งาน Motor Expo ในปีเดียวกัน ซึ่งสร้างปรากฏการณ์ตอบรับอย่างล้นหลาม และมีคอมเมนต์มากมายทั้งทางเว็บไซต์และแฟนเพจของสนุก! ออโต้ สำหรับรถที่เราได้รับการทดสอบครั้งนี้คือรุ่น Double Cab 4WD 2.4 GT Premium 6AT ซึ่งเป็นรุ่นท็อป ราคาขาย 1,099,000 บาท

Mitsubishi Triton 2019 ถือเป็นการปรับบิ๊กไมเนอร์เชนจ์

ด้วยการออกแบบภายนอกใหม่หมดจดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เน้นสไตล์การออกแบบ Dynamic Shield อันเป็นเอกลักษณ์ของ Mitsubishi ในขณะที่ด้านหลังได้รับการออกแบบด้วยไฟท้าย LED ใหม่เมื่อเปิดไฟในเวลากลางคืน โดยจะมีการออกแบบคล้ายกับที่พบใน Pajero Sport อุปกรณ์มาตรฐานของ Mitsubishi Triton 2019 รุ่นท็อปสุด ได้แก่ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ Bi-LED

พร้อมการปรับไฟสูงต่ำอัตโนมัติ ที่มาจากรุ่น GLS M/T เลยแม้แต่กับไฟเดย์ไลท์แบบ LED ไฟตัดหมอกหน้า ไฟท้าย LED กระจกมองข้างปรับ-พับไฟฟ้า ตกแต่งด้วยโครเมียมและไฟเลี้ยว, ที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 265/60 R18 ภายในห้องโดยสารของ Triton Minor Change มีการเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ

ซึ่งไม่มีในรุ่นก่อนๆ เช่น พัดลมระบายอากาศด้านหลังซึ่งเป็นการนำลมเย็นจากช่องลมด้านหน้ามากระจายไปทางด้านหลังอีกครั้ง พร้อมปุ่มปรับแรงลมที่รับออกแบบสวยงาม ไม่เหมือนรถญี่ปุ่นรุ่นอื่นๆ นอกจากนี้ ยังได้รับการออกแบบให้มีช่องใส่ของเอนกประสงค์พร้อมพอร์ต USB สำหรับชาร์จโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับชาร์จมือถือทิ้งไว้ ในขณะที่อุปกรณ์มาตรฐานอื่นๆ

ในรุ่น 2.4 GT Premium 6AT จะประกอบด้วยเบาะนั่งหุ้มด้วยหนังและหนังสังเคราะห์ เบาะปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน 4 ก้าน ปรับ 4 ทิศทาง พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ แยกอุณหภูมิ ซ้าย-ขวา กุญแจ KOS พร้อมปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ และกระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ เป็นต้น ระบบเสียงเป็นหน้าจอสัมผัสมาตรฐาน 2DIN รองรับ CD / DVD พร้อมระบบนำทางในตัว มี Bluetooth สำหรับโทรและฟังเพลงจากโทรศัพท์มือถือ มีพอร์ต USB 3 พอร์ต และขับเสียงผ่านลำโพง 6 ตัว จุดรอบคันซึ่งคุณภาพเสียงอยู่ในระดับที่รับได้ ไม่ค่อยดีนัก

Mitsubishi ได้เพิ่มระบบความปลอดภัยขั้นสูง ได้แก่

  • Forward Collision Mitigation System (FCM) – ระบบเตือนการชนด้านหน้าพร้อมชะลอความเร็ว
  • Ultrasonic Misacceleration Mitigation System (UMS) – ระบบจะตัดกำลังเครื่องยนต์เมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงในขณะที่มีสิ่งกีดขวาง
  • ระบบเตือนจุดบอดพร้อมระบบช่วยเปลี่ยนเลน (BSW พร้อม LCA) – ระบบเตือนจุดบอดและเตือนขณะเปลี่ยนเลน
  • Rear Cross Traffic Alert (RCTA) – ระบบเตือนรถที่วิ่งผ่านขณะถอยหลัง
  • ไฟสูงอัตโนมัติ (AHB) – ไฟสูงอัตโนมัติ

ซึ่งทั้งหมดมีเฉพาะรุ่นที่ลงท้ายด้วย Premium เท่านั้น (ยกเว้นระบบ UMS เฉพาะเกียร์อัตโนมัติ ไม่มีในรุ่นเกียร์ธรรมดา)

ระบบความปลอดภัยมาตรฐานอื่นๆ ได้แก่ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และถุงลมหัวเข่าคนขับ, ระบบเบรก ABS/EBD, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว, การทรงตัวและป้องกันล้อหมุน, Active Stability and Traction Control (ASTC), ระบบช่วยสตาร์ทบนทางลาดชัน (HSA), ระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขา Hill Descent Control ( HDC), เซ็นเซอร์หน้า-หลัง, กล้องมองรอบคัน, เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุดสำหรับทั้ง 5 ที่นั่ง และไฟกระพริบฉุกเฉินอัตโนมัติ ระบบสัญญาณหยุดฉุกเฉิน (ESS) เป็นต้น

ขุมพลังของ Mitsubishi Triton 2019 Minor Change ยังคงเป็นเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.4 ลิตร พร้อมระบบ MIVEC ให้กำลังสูงสุด 181 แรงม้า (PS) ที่ 3,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 430 นิวตันเมตร ที่ 2,500 รอบ ต่อนาที เกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และสามารถเลือกรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ Super Select 4WD II พร้อมระบบล็อกเฟืองท้ายด้านหลัง

จุดเปลี่ยนหลักของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Super Select 4WD II คือการเพิ่มปุ่มโหมด Off-Road ที่มีฟังก์ชันการขับขี่ออฟโรดที่แตกต่างกันสี่แบบ: Gravel, Mud/Snow, Sand and Rock ของระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวและระบบป้องกันล้อฟรีให้เหมาะสมกับสภาพถนนแต่ละแบบโดยอัตโนมัติ

สำหรับเส้นทางทดสอบนี้ เราสัมผัสได้ทั้งสไตล์ออนโรดและออฟโรด รวมทั้งเส้นทางขึ้นดอยอินทนนท์

ในด้านการขับขี่ Mitsubishi Triton 2019 Minor Change ยังคงรักษาอัตราเร่งจากเครื่องยนต์ได้ดีเช่นเดิม แรงบิดตั้งแต่เริ่มต้น ไม่มีการรอคอยเหมือนคู่แข่งบางรายที่เปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์ดีเซลบล็อกเล็ก แต่โดยรวมแล้วมันเป็นห้องโดยสารที่เงียบ ทำให้การขับขี่รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
สิ่งหนึ่งที่ดูเหมือนจะเปลี่ยนไป ที่ด้านล่างรู้สึกนุ่มกว่าเดิมนิดหน่อยพอให้สัมผัส จากรุ่นก่อน Minor Change รู้สึกรุนแรงขึ้นเล็กน้อย โดยรวมแล้วทำให้รู้สึกสบายขึ้นเล็กน้อย (แต่มันน้อยจริงๆ)

ก่อนหน้า : รีวิว BMW 320d Sport /330i M Sport 2019 สปอร์ตซีดานเต็มสูบใหม่เพิ่มความหรูหรายิ่งขึ้นไปอีก