รีวิว Ford Ranger 2.2 XLT Hi-Rider 2021 ใหม่ หล่อครบคุ้มค่าในราคา 899,000 บาท

Ford-Ranger

รีวิว Ford Ranger 2.2 XLT Hi-Rider 2021 ใหม่ หล่อครบคุ้มค่าในราคา 899,000 บาท

Ford Ranger 2.2 XLT Hi-Rider 2021 สำหรับ Ford Ranger ใหม่ 2021 ได้มีโอกาสทดสอบในครั้งนี้เป็นรุ่น Double Cab 2.2L XLT Hi-Rider 6AT ซึ่งเป็นรุ่นท็อปก่อนจะย้ายไปอยู่ในตระกูล Wildtrak และ Raptor (รวมถึงรุ่น Limited) ที่ใช้ เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร Turbo และ Bi-Turbo บล็อคใหม่ ดังนั้นรุ่น XLT 2.2 ลิตรจึงเน้นความคุ้มค่าเป็นหลักในราคาไม่ถึง 9 แสนบาทเท่านั้น อีกทั้งยังมีรูปลักษณ์ที่สปอร์ตไม่แพ้ Wildtrak

ขุมพลังของ Ranger 2.2 XLT Hi-Rider มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ความจุ 2.2 ลิตร เทอร์โบชาร์จเจอร์ และอินเตอร์คูลเลอร์ กำลังสูงสุดคือ 160 แรงม้า ที่ 3,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 385 นิวตันเมตร ที่ 1600-2,600 รอบต่อนาที ส่งกำลังไปยังล้อหลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด รองรับน้ำมัน B20 และได้มาตรฐานไอเสียยูโร 4

ภายนอก

การออกแบบภายนอกของ Ford Ranger 2.2L XLT Hi-Rider 6AT ใหม่ มาพร้อมกระจังหน้าสีดำตัดขอบโครเมียมดีไซน์ใหม่ ครอบกระจกมองข้างสีดำ ช่องเปิดประตูด้านนอกสีดำ บันไดข้างสีดำ กันชนหลังสีดำเงา และล้ออัลลอยสีดำขนาด 17 นิ้ว พร้อมยางขนาด 265/65 R17 เรียกได้ว่าหล่อระดับ Wildtrak

ในขณะที่อุปกรณ์ภายนอกมาตรฐานในรุ่น XLT ก็มีให้เลือกทั้งชุด ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบฮาโลเจนพร้อมระบบเปิด-ปิดอัตโนมัติตามสภาพแสง ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ ไฟตัดหมอกหน้า ไฟเบรกดวงที่ 3 พร้อมไฟส่องสว่างท้ายรถ น่าเสียดายที่ประตูท้ายของรุ่น XLT ไม่มีระบบ Easy Lift ช่วยบรรเทา แรงขณะเปิดและปิด

ภายใน

เมื่อก้าวเข้าไปในห้องโดยสาร คุณยังสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่คุ้นเคย โดยในรุ่น XLT มาพร้อมเบาะนั่งหุ้มด้วยหนังและหนังสังเคราะห์สีดำ ฝั่งคนขับปรับด้วยมือ 6 ทิศทาง ขณะที่ฝั่งผู้โดยสารปรับได้ 4 ทิศทาง มาพร้อมพวงมาลัยมัลติฟังชั่นหนัง 4 ก้านพร้อมปุ่มควบคุมระบบครูซคอนโทรล ขณะที่ระยะใช้งานยังคงเพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิม พร้อมหน้าจอสีแบบ MID ขนาด 4.2 นิ้ว

ระบบสาระบันเทิง SYNC รองรับคำสั่งเสียง ทำงานผ่านหน้าจอสัมผัส Multi-Touch ขนาด 8 นิ้ว รองรับ Bluetooth และ Apple CarPlay หรือฟังก์ชั่น Android Auto (แต่ Google ยังไม่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในไทย หากต้องการใช้ Android Auto ต้องดาวน์โหลดเวอร์ชันล่าสุดลงในโทรศัพท์ ก่อนที่คุณจะสามารถเชื่อมต่อกับรถสำหรับการใช้งานปกติ) ด้วยพอร์ต USB 2 พอร์ตและช่องเสียบ CD/MP3 1 ช่อง

ในขณะที่อุปกรณ์มาตรฐานอื่นๆ ในรุ่น XLT ประกอบด้วยกระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ ระบบปรับอากาศ 1 โซน ระบบควบคุมส่วนกลางสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า กระจกไฟฟ้าพร้อมระบบขึ้น-ลงอัตโนมัติสำหรับฝั่งผู้โดยสาร ไดรฟ์, สัญญาณเตือนระยะห่างด้านหลังและกุญแจรีโมทแบบหดได้ ฯลฯ

แม้ว่าอุปกรณ์มาตรฐานจะไม่ฉูดฉาดเมื่อเทียบกับรุ่น Wildtrak แต่เมื่อใช้งานจริงถือว่ามีความสมบูรณ์เทียบเท่าคู่แข่ง ยิ่งถ้าดูรถกระบะ 4 ประตูที่ยกมาในราคาไม่ถึง 9 แสนบาท ก็ถือเป็นรถที่คุ้มค่าต่อการใช้งาน

ด้านความปลอดภัยของรุ่น XLT มีถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP ระบบป้องกันการพลิกคว่ำ ระบบเบรก ABS/EBD ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน ระบบลดความเร็ว ความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุดทั้ง 5 ที่นั่ง พร้อมระบบดึงกลับด้านหน้าและระบบผ่อนแรงอัตโนมัติ ระบบช่วยเรียกฉุกเฉินเมื่อเปิดใช้งานถุงลมนิรภัย รวมถึงจุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก ISOFIX ที่เบาะหลัง ฯลฯ

ก่อนหน้า : รีวิว Honda Civic 2021 รุ่น 1.5 EL + ใหม่ คุ้ม คุ้ม ใช้ ใน งบ เข้า ออก ง่ายกว่า RS