รถยนต์ไฟฟ้า 2 คอพวงมาลัยจะติดตั้งคันโยกสำหรับ เปิด-ปิด ไฟหน้าและไฟเลี้ยว

รถยนต์ไฟฟ้า 2

รถยนต์ไฟฟ้า 2 คอพวงมาลัยจะติดตั้งคันโยกสำหรับ เปิด-ปิด ไฟหน้าและไฟเลี้ยว

รถยนต์ไฟฟ้า 2 ขณะติดตั้งปุ่มควบคุมระบบปัดน้ำฝนบนคอนโซลด้านคนขับ ปรับได้ 2 ระดับ ช้าและเร็ว และฟังก์ชั่นฉีดพ่นกระจกเท่านั้นสวิตซ์ควบคุมตรงกลาง ประกอบด้วยหัวเกียร์ มี 3 ตำแหน่งให้เลือก: D, N และ R ไม่มีตำแหน่งเกียร์ P หากคุณต้องการจอดรถเพียงถอดปลั๊กเกียร์ พร้อมดึงเบรกมือกันไม่ให้รถไหลง่าย ๆ แบบนี้ ชิดกันเป็นสวิตซ์ไฟฉุกเฉิน และปุ่มควบคุมเครื่องปรับอากาศที่ปรับได้แค่ความเร็วลมเท่านั้น

ไม่สามารถปรับอุณหภูมิได้และมีปุ่ม ODO สำหรับรีเซ็ตระยะทาง หน้าจอเหนือคอนโซล ใช้สำหรับความเร็ว ตำแหน่งเกียร์ ปริมาณแบตเตอรี่ และสภาพการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้าเท่านั้น นอกจากนี้ รถยังมีปลั๊กไฟ 12 โวลต์สำหรับชาร์จอุปกรณ์ซึ่งเป็นช่องเก็บของเหนือคอนโซล และกระจกไฟฟ้าทั้งสองข้าง สำหรับการทดสอบ FOMM One ครั้งนี้ เราได้ทดลองขับในสนามโกคาร์ท ที่ดินมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งตั้งอยู่ในดินแดนเก่าแก่แห่งการสร้างสรรค์นั่นเอง

ก่อนที่เราจะเริ่มต้นได้ เราต้องกดปุ่ม D บนคอนโซลก่อน แล้วเมื่อปล่อยแป้นเบรก

จุดแรกเรามาสัมผัสวงเลี้ยวของ FOMM One ที่บอกว่าแคบเพียง 1.8 เมตร ซึ่งไม่น่าจะแปลกเพราะเป็นรถที่มีระยะฐานล้อสั้นมาก สามารถขับได้อย่างคล่องตัว ขณะที่พวงมาลัยหมุนได้ประมาณ 1/3 ของวงกลมก็สุดทาง ถ้าใครเคยขับรถกอล์ฟมาก่อน ก็คงเป็นความรู้สึกแบบเดียวกัน แต่ถึงกระนั้นการเลือกแป้นคันเร่งแบบติดพวงมาลัย ทำให้การเพิ่มความเร็วขณะหมุนพวงมาลัยไปจนสุดไม่สะดวก ต้องสลับปุ่มอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับความเร็ว

เลยจุดเปลี่ยนมาทดสอบการเข้าโค้งกัน ซึ่งพวงมาลัยเพียงเล็กน้อย ก็เพียงพอที่จะควบคุมทิศทางไปยังทิศทางที่ต้องการ ขณะช่วงล่างแม้จะตั้งไว้เพื่อเน้นความนุ่มนวลแต่ว่าด้วยตัวรถที่มีระยะฐานล้อสั้นมากทำให้รถกระดอนไปทั้งคันเมื่อพื้นไม่เรียบ จากนั้นเราทดสอบความเร่งต่อไป คราวนี้เราเหยียบคันเร่งจนสุดทั้งสองด้านเพื่อดึงกำลังสูงสุดออกมา

รถสามารถออกจากตำแหน่งหยุดนิ่งได้อย่างรวดเร็ว นี่เป็นข้อได้เปรียบของระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีแรงบิดสูง หายไปพร้อมกับความเร็วที่เพิ่มขึ้นซึ่งสนามทดสอบถูกตั้งเป็นระยะทางสั้น ๆ เราสามารถไปถึงความเร็วสูงสุดประมาณ 45 กม. / ชม. และต้องเหยียบคันเร่งให้ช้าลงเนื่องจาก FOMM One ติดตั้งระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า เมื่อปล่อยคันเร่ง มันจะชาร์จพลังงานกลับคืนสู่แบตเตอรี่

ทำให้ความเร็วลดลงอย่างรวดเร็ว คล้ายกับอาการเบรกของเครื่องยนต์ ตลอดเส้นทางการทดสอบ เราเพียงแค่กดเบรกเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเราต้องการให้รถหยุด ชวนให้นึกถึงแป้นคันเร่ง e-Pedal ของ Nissan Leaf นอกจากนี้ ใครที่กังวลเรื่องลุยน้ำ? ไม่ว่าจะมีการรั่วหรือไฟฟ้าช็อตหรือไม่ ฟอร์มได้ทดสอบกับเราแล้วว่า หากรถคันนี้ต้องลุยน้ำลึก รถจะสามารถลอยน้ำได้อย่างปลอดภัย โดยยังคงใช้มอเตอร์ขับเคลื่อนได้ตามปกติเช่นกัน

แต่ถึงกระนั้น การทดสอบนี้ชวนให้คิดว่าถ้าเราขับรถผ่านน้ำโดยไม่ได้ตั้งใจ FOMM One จะกลายเป็นรถคันเดียวที่ลอยได้แม้อยู่ในน้ำ ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ ในขณะที่รถคันอื่นวิ่งผ่านน้ำได้สบาย ต้องสรุปการทดลองขับของรถ FOMM One คันนี้ จากการทดสอบสั้นๆ เรียกได้ว่า FOMM One เป็นรถยนต์ไฟฟ้าราคาประหยัด หลีกหนีจากน้ำมันราคาสูงที่กำลังจะขาดแคลนในอนาคต อย่างไรก็ตาม FOMM One ยังคงไม่เหมาะเป็นรถซิตี้คาร์มาทดแทนการใช้งานในเมืองมากนัก เว้นแต่จะใช้ในระยะสั้นๆ หรือการใช้งานพิเศษ เช่น การขับรถในหมู่บ้าน รีสอร์ท หรือในที่ต่างๆ ที่ไม่ต้องการสร้างมลพิษจากท่อไอเสีย

ก่อนหน้า : รีวิว FOMM One 2019 รถยนต์ไฟฟ้า รุ่นใหม่ขายในไทย คุ้มราคา 6.64 แสนบาท