อะไรที่สำคัญที่สุด

อะไรคืองานที่สำคัญที่สุด

 งานที่สำคัญที่สุดคือ งานที่เราทำอยู่ในขณะนี้ เราทำงานอะไรจงใส่ใจกับมันให้เต็มร้อย อย่าทำสักแต่ว่าทำ เพราะถ้าเราสักแต่ว่าทำงานก็จะไม่ดี ความสามารถของเราก็จะไม่พัฒนา ทำอะไรก็จงพยายามทำให้ดีที่สุด เพราะพระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่าฉันทำงานเหมือนราชสีห์”  ราชสีห์เวลาจับหนู โดดตระครุบด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดด้วยสักยภาพทั้งหมด เช่นเดียวกัน เวลาพระพุทธเจ้าแสดงธรรม ไม่ว่าจะแสดงให้พระมหากษัตริย์ แสดงให้มหาเศรษฐี แสดงให้โสเภณีฟัง พระพุทธเจ้าบอกว่า “ ฉันใช้ศักยภาพเท่ากัน ไม่เคยลดน้อยลงเลย” พระพุทธเจ้าแสดงธรรมระดับมืออาชีพ ครั้งหนึ่ง พระองค์ทรงรับนิมนต์โสเภณีคนหนึ่งชื่อ นางอัมพปาลี วันนั้นพวกกัตริย์ลิจฉวีเดินทางไปนิมนต์พระพุทธเจ้า พากันนั่งราชรถขาวไปแจ็ดคันรถ พอไปถึงก็ทูลนิมนต์พระพุทธองค์ไปเสวยที่พระตำหนัก พระพุทธองค์ทรงปฎิเสธ ด้วยเหตุผลที่ว่า ฉันรับนิมนต์ของหญิงโสเภณีคนหนึ่งไว้แล้ว” 

เวลาใด คือเวลาที่สำคัญที่สุด

               คำตอบก็คือ เวลาขณะปัจจุบัน นั่นคือ เวลาที่เรากำลังนั่งหายใจอยู่ขณะนี้ เพราะชั่วโมงที่แล้วมันก็จบไปแล้ว ชั่วโมงหน้ามันยังมาไม่ถึง ชั่วโมงนี้ชีวิตเป็นของเราทั้งหมด ดังนั้น มันจึงสำคัญที่สุด เพราะเวลาชั่วโมงนี้ นาทีนี้ วินาทีนี้ เราสามารถบริหารจัดการชีวิตเราได้ พระพุทธศาสนาจึงให้ความสำคัญกับ “ ปัจจุบันขณะ”  มาก คือ ถ้าเราทำปัจจุบันดี อดีตก็จะดี อนาคตก็จะดี หลักการปฎิบัติธรรมของพระพุทธศาสนาคือ ‘ให้ตื่นรู้ อยู่กับปัจจุบัน” แค่นี้เอง  พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า ถ้าตื่นรู้อยู่รู้อยู่กับปัจจุบัน ผิวพรรณจะผ่องใส ทำไมถึงผ่องใส เพราะอดีตทำร้ายเราไม่ได้ อนาคตทำร้ายเราไม่ได้ แต่คนส่วนมากบางทีนั่งอยู่ที่นี่ แต่ใจไปอยู่ในอดีตบ้าง อยู่ในอนาคตบ้าง ใครที่อยู่ในปัจจุบันขณะ ณ เวลานี้ได้ จะประเสริฐที่สุด กวีคนหนึ่งเขาเคยเขียนคุณค่าของเวลาว่า…..

“วันไหนๆ ไม่สำคัญเท่าวันนี้  เป็นวันที่สำคัญกว่าวันไหน

 ถ้าพรุ้งนี้มะรืนนี้ดีอย่างไร    ก็ยังไม่สำคัญเท่าวันนี้”

  ถ้าเราบริหารจัดการวันนี้ให้ดีที่สุด มันก็เป็นวันวานที่ดีได้เป็นรากฐานที่ดีของวันพรุ้งนี้ แต่ถ้าเราทำวันนี้ไม่ดี เมื่อมันไปเป็นวันวาน แล้วเราหันกลับไปมอง “ตายแล้ว อดีตของฉัน กระดำกระด่างเหลือเกิน” คงไม่ต้องถามถึงอนาคต เพราะถ้าถ้าปัจจุบันไม่ดีแล้วมันจะเป็นรากฐานของอนาคตที่งดงามได้อย่างไร ฉะนั้น เวลาที่สำคัญที่สุด คือ เวลาขณะปัจจุบันนี้ ตอนที่เรายังหายใจอยู่ ดูแลให้ดีที่สุด มีคนถามท่านพุทธทาสว่า จะใช้ชีวิตอย่างไรให้ดีที่สุด  ท่านบอกว่า “ ใช้ชีวิตให้เหมือนกับวันนี้ให้เป็นวันสุดท้าย” ถ้าเราคิดว่าวันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิต เราจะทำทุกอย่างที่มันเป็นคุณภาพ อาตมาเคยถามลูกศิษย์ที่มหาวิทยาลัยเกษตรว่า “ ถ้าเหลือเวลาอยู่ห้านาที เธอจะโลกนี้นี้ได้อีกห้านาที ให้หลับตานึกดูสิในชีวิตเธอมีคนที่สำคัญในชีวิตกี่คน”  ลูกศิษย์หลับตาแล้วขอต่อเวลาเขาบอกว่า “ห้านาที นึกไม่ทันครับพระอาจารย์ คนสำคัยมีเยอะจริงๆ” ปกติเราจะไม่นึกว่าในชีวิตนี้ใครสำคัญบ้าง และจะทำดีต่อเขาอย่างไร ต่อเมื่อถึงเวลานาทีเป็นนาทีตาย เราจึงเริ่มนึกว่า “ ใครบ้างสำคัญ ตายแล้วเหลืออีกหนึ่งชั่วโมงฉันตาย ฉันจะทำอะไรกับใครดีตอนนี้พ่ออยู่ในรถ รถก็ติดอยู่โน้นบางนา ตายแล้วไม่ทันแล้ว แม่ล่ะ ตายแล้วแม่อยู่ไหน” ถามหาแม่ ถามหาสามี แต่กลับลืมถามหาลูก “ลุกอยู่ไหนอ้าว…ลูกยังอยู่โรงเรียน” หนึ่งชั่วโมงอย่างไรมันก็ไม่พอ ถ้าจะมาทำดีกับคนที่เรารักทั้งหมดในเวลาอันจำกัดแบบนี้คงจะเป็นไปไม่ได้ดังนั้นขอให้เราทำดีกับคนที่เรารักมาตั้งแต่ต้นอย่างสม่ำเสมอ ในชั่วโมงสุดท้ายของชีวิตจะได้ไม่ต้องเร่งรีบเช่นนี้……..