“รักษาระยะห่าง ทางอารมณ์”

 รักษาระยะห่าง ทางอารมณ์ ทำไมถึงไม่พูดกันให้จบๆ นี่คงเป็นนิสัยอย่างหนึ่งที่เคยยึดติดกันกันเอามากๆแต่ก่อนในเวลาคนเรามีปัญหา

ที่จริงการไม่ปล่อยให้อะไรมันค้างคา เป็นเรื่องที่ดีในหลายๆกรณีแต่ก็คงไม่ใช่ทุกกรณีเพราะการที่จะเค้นเอาพูด ความคิดเห็น หรือคำตอบของอีกฝ่าย อาจจะไม่มีวันที่จะได้ความจริงหรือว่าหาเหตุผลที่ดีได้เลย

ไม่ใช่อีกฝ่ายจะตอบผิด พูดไม่ดี หรืออาจจะตอบไม่ได้เพียงอย่างเดียวแต่บางครั้งเราก็ไม่ได้ที่จะต้องการสิ่งเหล่านี้สภาวะที่เต็มไปด้วยอารมณ์บนความจริงว่าทันที นี่แหละคือความใจร้อนไปจนถึงการเอาแต่ใจ แต่อาจจะส่งผลให้ไปรอบคอบทั้ง 2 ฝ่าย

ฝ่ายหนึ่งก็อยากได้คำตอบส่วนอีกฝ่ายก็ต้องรีบให้คำตอบ มันก็ออกจะคลุมเครือว่านั่นมันใช่สิ่งที่อยากพูด ควรที่จะพูด หรือไม่ใช่ที่อยากจะฟังการหยุดรักษาระยะห่างเรื่องนี้ อาจไม่ต้องนานมากก็ได้ ถ้าไม่มีอะไรที่จะต้องรีบรีบตัดสินใจซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่ได้รีบ แต่ความกลัว ความกดดัน ความไม่มั่นใจก็มักจะทำให้เราอดทนไม่ได้มากกว่า วันหนึ่งเราเลยถามตัวเองว่าหากที่จะอยากได้ความจริง เหตุผลจริงๆก็ควรที่จะนิ่งและใจเย็น ให้สิ่งๆนั้นมันชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งบางทีสิ่งๆนั้นมันก็อาจจะไม่จำเป็นเลยด้วยซ้ำ

ไม่ใช่การหยุดอารมณ์เพื่อที่จะให้เราเปิดใจรับฟังแต่อย่างเดียว แต่เพื่อที่จะให้อีกฝ่ายได้พูดออกมา และไม่ว่าเราจะอยู่ฝ่ายไหนส่วนใหญ่มันก็จะดีต่อทั้ง 2 ฝ่ายในการรักษาระยะห่าง ทางอารมณ์แค่ 5 นาที 10 นาทีก็ดีกว่า

แต่เราก็อยากจะบอกการที่คนเรารักษาระยะห่างทางอารมณ์นั้นมันเป็นเรื่องที่ดี เพราะหากเรายิ่งใช้อารมณ์กันมากขึ้นนั่นอาจจะทำให้ปัญหาเพิ่มมากขึ้น จากที่เบามันก็อาจจะกลายเป็นหนัก จากดีก็จะกลายเป็นร้าย และยิ่งเพิ่มทวีคูณ จากที่เรามีแค่ปากเสียงกันก็อาจจะมีลงไม้ลงมือกัน และนั่นแหละอาจทำให้เราต้องเลิกราต่อกันไป เราเลยอยากที่บอกถึงฝ่ายที่ขี้เกียจจะพูดเพราะเราเองก็เป็นหนึ่งในนั้น เพราะเราเป็นคนที่ขี้เกียจพูดขี้เกียจอธิบายเพราะอารมณ์ตอนนั้นต่อเราจะต้องอธิบายอะไรถ้าอีกฝ่ายร้อนมันกคงไม่ได้ผลอะไรและอีกฝ่ายก็คงจะไม่ฟัง มันเหนื่อยที่จะต้องมาพูดให้ใครเข้าใจ นั่นการที่เราจะรักษาระยะห่างทางอารมณ์มันอาจจะทำให้เราได้ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปทำอารมณ์ให้เย็นขึ้น คิด วิเคราะห์ ทบทวน เพื่อให้เราจะได้มาปรับความเข้าใจกันมากขึ้น

และคุยกันว่าเหตุผลที่ทำให้เรามีปัญหามันเกิดจากอะไร ละให้เราได้มาปรับความเข้าใจกัน คุยกันด้วยเหตุผล นั่นแหละการที่จะรักษาระยะห่างมันจึงเป็นเรื่องดี แต่หากว่าอีกฝ่ายไม่ยอม ซึ่งเค้าเป็นคนที่ต้องการเหตุผลเดี๋ยวนั้น ต้องการปรับความเข้าใจเดี๋ยวนั้น จนไม่ยอมที่จะฟัง นั่นก็อาจจะทำให้เรายิ่งร้อนกันขึ้นไปอีกเพราะการที่เค้าเป็นคนใจร้อนนั่นคือปัญหาที่จะทำให้คู่รักหลายหลายคู่เจอปัญหาใหญ่และทำให้ต้องเลิกลากันไปในที่สุด เพราะจะบอกว่ามันไม่ใช่เสมอไปที่คนเราจะอดทน และใจเย็นให้ได้ตลอด ทุกคนมีขีดจำกัดในแต่ละบุคคลแตกต่างกันไป เพราะการที่เค้าเย็นใช่ว่าจะเย็นได้ตลอด ชีวิตคู่ควรที่จะลดหย่อนผ่อนกัน เราะถ้าหากอีกฝ่ายไม่ยอม เราก็จะบอกว่าเราก็ควรที่ตัดออกจากชีวิตไป เพื่อให้ชีวิตเราไม่ต้องมาเจออะไรที่ร้อนๆ ได้ไปเจออะไรที่มันเย็นสบาย นั่นแหละมันอาจจะเป็นความสุขของชีวิต